การกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการกำกับกิจการ

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และผลประโยชน์ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนให้เป็นไปอย่างยั่งยืน และยังเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้บริษัทบรรลุถึงเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตให้บริษัทอย่างยั่งยืนต่อไปในระยะยาว

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัททุกคน ได้รับทราบจรรยาบรรณและนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยึดถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้บริษัทยังมีการเผยแพร่และสื่อสารให้ทุกคนในองค์กร ผ่านการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ วารสารภายในบริษัท การประชุมผู้บริหารพบพนักงานประจำเดือน แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเว็บไซต์และการจัดกิจกรรมของบริษัท เพื่อเสริมสร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทั่วองค์กรอย่างต่อเนื่อง

เนื่องด้วยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้ปรับปรุงแนวทางหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยแยกเป็นหลักปฏิบัติ 8 ข้อ คณะกรรมการจึงเห็นควรให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้ครอบคลุมหลักปฏิบัติและแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานและมีความยั่งยืนในระยะยาว นอกเหนือจากการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 227 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติอนุมัติเพื่อทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560

คณะกรรมการชุดย่อย

โครงสร้างกรรมการบริษัท

โครงสร้างกรรมการบริษัทประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะผู้บริหาร โดยคณะกรรมการบริษัทมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

กรรมการบริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฏหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และนโยบายของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์บริษัทและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

กรรมการต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นโดยสม่ำเสมอ (Accountability to Shareholders) ดำเนินงานโดยรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุนอย่างถูกต้องครบถ้วน และโปร่งใส การดำเนินกิจการของบริษัท จะได้รับการควบคุม ดูแลและชี้แนะแนวทางการดำเนินธุรกิจจาก คณะกรรมการบริษัท ให้ฝ่ายจัดการปฏิบัติการให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทตามที่กำหนดไว้ โดยกำหนดให้กรรมการที่ระบุไว้ตามหนังสือรับรองของบริษัทคือ นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา นางนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน และนายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ สองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท เป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทและมีอำนาจกระทำกิจการทั้งหลายทั้งปวงแทนในนามบริษัทรวมทั้งการฟ้องร้อง และต่อสู้คดี และการใช้สิทธิทางศาลด้วยประการอื่นใด ตลอดจนกระทำนิติกรรม ตราสารและเอกสาร คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณากำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เพื่อประสิทธิภาพในการบริหาร และการจัดการ คณะกรรมการบริษัท จะมอบหมายอำนาจการบริหาร และการจัดการลงไปยังฝ่ายจัดการ และผู้บริหาร ลดหลั่นกันลงไป

คณะกรรมการชุดย่อย

  1. ประธานคณะกรรมการบริษัทไม่เป็นประธานในคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยมีความเป็นอิสระ
  2. สมาชิกส่วนใหญ่ของกรรมการชุดย่อยของบริษัทเป็นกรรมการอิสระ ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสและเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่
  3. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการชุดย่อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ต่อหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ควรมีการประชุมอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี เพื่อพิจารณาหารือและดำเนินการใดๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามความรับผิดชอบ

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้

คณะกรรมการตรวจสอบ : ตามมติคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 ท่าน ประธานกรรมการตรวจสอบ คือ นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี เป็นกรรมการตรวจสอบที่เป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านบัญชีและการเงิน และประสบการณ์เพียงพอ ที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน ได้ตามคุณสมบัติของตลาดหลักทรัพย์ฯ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ส่งเสริมให้พัฒนาระบบรายงานทางการเงินและบัญชีให้เป็นตามมาตรฐานสากลรวมทั้งสอบทาน ให้มีระบบการควบคุมภายใน ระบบตรวจสอบภายในและระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม เหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่ และแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยมีหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นหน่วยปฏิบัติ ซึ่งรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งมีการปรึกษาหารือกับผู้สอบบัญชี โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะมีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อขอความเห็นจากผู้สอบบัญชีในเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบยังมีที่ปรึกษาภายนอกทางด้านกฎหมายที่เป็นอิสระ โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย กรรมการตรวจสอบมีการประชุมสม่ำเสมอ ในปี 2561 มีการประชุมทั้งสิ้น 4 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท โดยมีขอบเขตและอำนาจหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดขอบเขต และอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฏบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบดังนี้

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

ตามมติคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 172 ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ ดังนี้:

  1. 1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้อง และเพียงพอ
  2. 2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้าง ประเมินผลการปฏิบัติงานของหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. 3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. 4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. 5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฏหมาย และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. 6. จัดทำรายการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และประกอบด้วยข้อมูลตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด
  7. 7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัท มอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน : โดยมีประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งคิดเป็นกรรมการที่เป็นอิสระ 2 ท่าน และเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน ในปี 2561 มีการประชุมทั้งสิ้น 3 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท โดยมีหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ และนำเสนอรายชื่อคณะกรรมการต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้ง รวมทั้งมีหน้าที่พิจารณาแนวทางกำหนดค่าตอบแทนที่จำเป็นและเหมาะสม ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย คณะกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในแต่ละปีอย่างอิสระและเที่ยงธรรม โดยมีขอบเขตและอำนาจหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดขอบเขต และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ตามมติคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีคณะกรรมการสรรหา และพิจารณาค่าตอบแทนเข้าร่วมประชุม ได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนดังนี้

  1. 1. พิจารณาเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ซึ่งนโยบาย และหลักเกณฑ์ สำหรับโครงสร้าง องค์ประกอบ คุณสมบัติ การเลือกกรรมการ (Board members) คณะกรรมการต่างๆ ในคณะกรรมการ (Board committees) และฝ่ายบริหารอาวุโส ของบริษัท และบริษัทย่อยรวมทั้งแผนการสืบทอดตำแหน่งที่เหมาะสม
  2. 2. ภายใต้บังคับนโยบายต่างๆ ที่ออกโดยคณะกรรมการ และการอนุมัติของผู้ถือหุ้นในกรณีที่กำหนด คัดเลือก และเสนอแนะต่อคณะกรรมการซึ่งบุคคลผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็น (ก) กรรมการ (ข) กรรมการและประธานคณะกรรมการต่างๆ ของคณะกรรมการ (ค) กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารซึ่งรายงานตรงต่อกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท และบริษัทย่อย
  3. 3. พิจารณาเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ภายใต้บังคับการอนุมัติของผู้ถือหุ้นในกรณีที่กำหนด ซึ่งนโยบาย โครงสร้าง และแผนต่างๆ เกี่ยวกับค่าตอบแทน ผลประโยชน์ และสิ่งจูงใจ สำหรับกรรมการ กรรมการของคณะกรรมการต่างๆ ในคณะกรรมการ และผู้บริหารอาวุโสของบริษัทและบริษัทย่อย โดยมีจุดประสงค์ให้นโยบายค่าตอบแทนโดยรวมของบริษัทสอดคล้องกับวัฒนธรรม วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และระบบการควบคุมของบริษัท
  4. 4. เสนอแนะต่อคณะกรรมการ ซึ่งนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการการประเมินเป็นระยะๆ ซึ่งการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะกรรมการต่างๆ ในคณะกรรมการ และผู้บริหารอาวุโสของบริษัทและบริษัทย่อย ปฏิบัติตามนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการดังกล่าวและรายงานผลต่อคณะกรรมการ
  5. 5. ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายเกี่ยวกับการดังกล่าวข้างต้น

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง : ตามมติคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 226 มีมติทบทวนเพื่ออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งมีหน้าที่กำหนดนโยบาย และหลักเกณฑ์ในการบริหารความเสี่ยงตามหลักสากล และตามมาตรฐานการประเมินความเสี่ยงของตลท. กำหนดมาตรการป้องกัน และสัญญาณเตือนภัย เพื่อการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และมีการกำกับดูแลให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามกฏหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และจัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งสอบทานการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญเป็นประจำ และกำหนดให้มีการทบทวนระบบ หรือประเมินประสิทธิภาพผลของการจัดการความเสี่ยง พร้อมทั้งเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อที่จะรายงานให้กับคณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบ พร้อมรับคำแนะนำจากคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานให้ดีขึ้น

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ตามมติคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุม ได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงดังนี้

  1. 1. กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการบริหารความเสี่ยงตามหลักสากล และหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  2. 2. กำหนดเครื่องมือและกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับกลุ่มบริษัท
  3. 3. กำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงด้วยมาตรการป้องกันและจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
  4. 4. กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยง และมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า กำกับดูแลให้ทุกหน่วยงานได้บริหารความเสี่ยงตามหลักการที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ
  5. 5. กำกับดูแลกลุ่มบริษัท ในการปฏิบัติตามกฏหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  6. 6. จัดทำรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ในสิ่งที่ต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัท ที่กำหนดไว้ในเรื่องปัจจัยความเสี่ยง โอกาสจะเกิดความเสี่ยง แนวทางจัดการความเสี่ยง และการคาดการณ์ถึงผลกระทบ
  7. 7. ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมาย

คณะกรรมการบริหาร : ตามมติคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 209 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ซึ่งจะมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกเดือน มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัท ให้เป็นไปตามกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสร้างระบบการทำงานของบริษัทและบริษัทย่อย ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

  1. 1. ติดตามการบริหาร และควบคุมกิจการ ของบริษัท ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มติที่ประชุมของคณะกรรมการ และมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้น รวมทั้งรับเอานโยบายของคณะกรรมการ มากำหนดแนวทางหรือภารกิจ สำหรับฝ่ายบริหาร และการจัดการ
  2. 2. ทบทวนแผนธุรกิจ และงบประมาณประจำปีของบริษัท เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
  3. 3. พิจารณากลยุทธ์เพื่อการเติบโต และการลงทุนโดยรวมของบริษัท
  4. 4. พิจารณา และอนุมัติสัญญา รายจ่าย และการลงทุนในหุ้น หรือในหลักทรัพย์อื่นใด รวมทั้งการกู้เงินที่ถือเป็นสาระสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
  5. 5. ร่วมมือ และช่วยเหลือคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าว
  6. 6. พิจารณา และอนุมัติการว่าจ้าง กำหนดเงินค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการ โบนัส แก่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าต่อแทนเพื่อพิจารณา
  7. 7. ว่าจ้างที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในกรณีที่จำเป็นด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัท
  8. 8. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการดูแล และรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกรายดังนี้

  1. ให้ข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน และมีความถูกต้องเพียงพอ ทันต่อเหตุการณ์เท่าเทียมกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการประชุมผู้ถือหุ้น
  2. ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลประกอบการประชุมที่มีรายละเอียดครบถ้วน เพียงพอ รวมทั้งมีความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในทุกวาระเป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 14 วัน เกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย อีกทั้งบริษัทได้มีการเผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัท ในเรื่องขอเชิญให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นล่วงหน้า โดยมีหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนด และเผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการจัดส่งเอกสาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาศึกษาข้อมูลดังกล่าวได้อย่างละเอียด
  3. ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง ทางบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนตน และลงมติแทนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะที่ได้จัดส่งไปพร้อมหนังสือนัดประชุม โดยบริษัทได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการออกเสียงลงคะแนนได้ตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และผู้ถือหุ้นยังสามารถดาวน์โหลดแบบหนังสือมอบฉันทะผ่านเว็บไซต์ของบริษัทได้ และบริษัทยังได้จัดให้มีอากรแสตมป์ไว้บริการผู้ถือหุ้นสำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะอีกด้วย บริษัทยังให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมภายหลังจากประชุมภายหลังประธานในที่ประชุมเปิดการประชุมแล้ว สามารถออกเสียงลงคะแนนได้ในวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุมเป็นต้นไป เว้นแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
  4. ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายที่ถือหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท มีสิทธิที่จะเสนอวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 และ/หรือเสนอรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดเพื่อเข้าเลือกตั้งเป็นกรรมการ โดยบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและเสนอรายชื่อเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2560 - วันที่ 31 ธันวาคม 2560
  5. ในปี 2560 บริษัทได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 50 ในวันที่ 21 เมษายน 2560 โดยบริษัทได้พิจารณาเห็นสมควรให้จัดประชุมประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 50 ณ ห้องประชุม ชั้น 30 อาคาร กสท โทรคมนาคม ถ.เจริญกรุง บางรัก กรุงเทพฯ เช่นเดียวกับในปี 2559 เนื่องจากสามารถรองรับจำนวนผู้ถือหุ้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมมากขึ้น ซึ่งมีระบบขนส่งมวลชนและสถานที่สำหรับจอดรถเพียงพอสำหรับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้เพื่อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าร่วมประชุม และซักถามตลอดจนแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อยู่ภายในห้องประชุมเดียวกันทำให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นบริษัทยังได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบ และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่สนใจผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซื้อในราคาพิเศษอีกด้วย
  6. ในวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจัดให้มีเจ้าหน้าที่ และเทคโนโลยีเหมาะสมและเพียงพอ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบเอกสารผู้ถือหุ้นล่วงหน้า ก่อนการประชุมมากกว่า 1 ชม. และบริษัทได้จัดให้มีการลงทะเบียนโดยใช้ระบบบาร์โค้ด ที่แสดงถึงเลขทะเบียนของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ได้จัดพิมพ์ไว้บนแบบลงทะเบียน และหนังสือมอบฉันทะ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกในการประชุม และทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในการใช้สิทธิออกเสียงแต่ละวาระได้ใช้วิธีเก็บบัตรยืนยันลงคะแนนของผู้ถือหุ้นเฉพาะบัตรยืนยันการลงทะเบียนเสียงที่ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง เพื่อคำนวณหักออกจากผู้ที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั้งหมด และสำหรับวิธีการนับคะแนน บริษัทได้ใช้โปรแกรมการประชุมผู้ถือหุ้น เป็นเครื่องมือช่วยนับคะแนนเพื่อให้เกิดความถูกต้อง รวดเร็ว สามารถประกาศผลคะแนนได้ทันทีหลังจากจบการพิจารณาแต่ละวาระโดยเมื่อจบการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบรายละเอียดได้
  7. ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี จะมีกรรมการที่ครบรอบออกตามวาระจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งในแต่วาระเลือกตั้งกรรมการ ได้มีการชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบว่าตามข้อบังคับบริษัทในกรณีที่บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการมีจำนวนไม่เกินกว่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีได้ในการเลือกตั้งครั้งนั้น โดยบริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลให้เข้ารับการเลือกตั้ง ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2560 - วันที่ 31 ธันวาคม 2560 และในวาระเลือกตั้งกรรมการได้มีการให้ผุู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
  8. ในการประชุมผู้ถือหุ้นได้จัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสม และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความเห็น ข้อเสนอแนะ หรือตั้งคำถามในวาระต่าง ๆ อย่างอิสระก่อนการลงมติในวาระใดด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบข้อมูลรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ในวาระที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัยหรือข้อซักถาม ทางคณะกรรมการบริหารได้ตอบข้อซักถาม พร้อมทั้งได้เตรียมบุคลากรที่เกี่ยวข้องบันทึกประเด็นซักถามและข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ และเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
  9. กำหนดให้มีวาระเกี่ยวกับค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท โดยมีการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจน และโปร่งใส เพื่อชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบจำนวนและประเภทของค่าตอบแทนที่กรรมการแต่ละคนได้รับ ซึ่งได้มีการชี้แจงอย่างละเอียดไว้ในหัวข้อ ค่าตอบแทนกรรมการบริษัท และผู้บริหารของบริษัท ประจำปี 2560 ของรายงานประจำปีนี้ด้วย
  10. ในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นในปี 2560 บริษัทได้พิจารณาตามลำดับในระเบียบวาระที่ได้กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมที่ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลำดับวาระดังกล่าว และไม่มีการขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่นที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
  11. หลังจากการประชุมสามัญประจำผู้ถือหุ้น และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเสร็จสิ้นทุกครั้ง เลขานุการบริษัทร่วมกับนางสาวมนัญญา ฐิตินัทวรรณ บริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย ซีเอ็มที จำกัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายอิสระของบริษัทเข้าร่วมประชุม และเป็นผู้มีหน้าที่จดบันทึกรายงานการประชุมอย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของบริษัทภายใน 14 วัน นับจากวันประชุม และนำส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในเวลาที่กำหนด มีการจัดทำรายงานการประชุมเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ ในการประชุมผู้ถือหุ้นในวาระที่มีการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดกว้าง และขอให้ผู้ถือหุ้นสามารถแสดงความคิดเห็น ขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้ รายงานการประชุมที่ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารของบริษัท ณ สำนักงานเลขานุการบริษัท และจัดเก็บนรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเอกสารประกอบวาระการประชุมต่าง ๆ เพื่อสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง

บริษัทได้มีการดำเนินการให้ผู้ถือหุ้น ทุกราย ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุนสถาบัน ได้รับข้อมูลของบริษัทที่ถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง ดังนี้

การกำหนดให้กรรมการอิสระเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอแนะ แสดงความคิดเห็น หรือแจ้งข้อร้องเรียนไปยังกรรมการอิสระ ผ่าน e-mail: chank@singerthai.co.th ซึ่งเป็นอีเมล์โดยตรงของเลขานุการบริษัท และรายงานตรงต่อกรรมการอิสระ ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมในแต่ละเรื่อง เช่น หากเป็น ข้อร้องเรียน กรรมการอิสระจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม หรือกรณีเป็นข้อเสนอแนะที่กรรมการอิสระพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวมหรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น

อีกทั้ง บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์การให้สิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอวาระการประชุม และ/หรือชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการล่วงหน้าให้คณะกรรมการอิสระ พิจารณากำหนดเป็นระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อให้โอกาสผู้ถือหุ้น มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลบริษัท และคัดสรรบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายโดยให้สิทธิผู้ถือหุ้น ท่านเดียวหรือหลายท่านที่มีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า ร้อยละ 4 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด เสนอวาระการประชุมหรือเสนอรายชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ก่อนการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น โดยบริษัทให้เวลาในการเสนอวาระไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี

สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 บริษัทได้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท พร้อมทั้งได้แจ้งไปกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีระยะเวลาตามที่กล่าวไปแล้วนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมและไม่มีการเสนอชื่อบุคคลสมัครเป็นกรรมการในระยะเวลาดังกล่าว

การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบาย และการดำเนินการต่าง ๆดังนี้

  • บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน โปร่งใส ไม่มีการถือหุ้นไขว้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จึงไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยได้เปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท และบริษัทย่อยไว้ในรายงานประจำปีอย่างละเอียด รวมถึงการเปิดเผยการถือหลักทรัพย์ของคณะกรรมการบริษัทอย่างครบถ้วน
  • มีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนระหว่างคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และผู้ถือหุ้น จึงทำให้ปราศจากการก้าวก่ายหน้าที่ความรับผิดชอบในระหว่างแต่ละกลุ่ม ในกรณีที่กรรมการบริษัทหรือผู้บริหารคนหนึ่งมีส่วนได้เสียกับผลประโยชน์ในเรื่องที่กำลังพิจารณา ผู้มีส่วนได้เสียนั้นก็จะไม่เข้าร่วมประชุมหรืองดออกเสียงเพื่อให้การตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารเป็นไปอย่างยุติธรรมเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง
  • การกำหนดนโยบายการกำกับดูแล และการใช้ข้อมูลภายในไว้ในอำนาจดำเนินการ และข้อบังคับพนักงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีบทกำหนดโทษชัดเจนกรณีที่ผู้บริหารหรือพนักงานนำข้อมูลภายในไปเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึงคณะกรรมการบริษัท คณะอนุกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมทั้งคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ซึ่งสามารถดูรายละเอียดในหัวข้อ “การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน”

บริษัทมีการกำหนดเป็นนโยบายของบริษัทจะดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำกับดูแลให้มีระบบการบริหารจัดการที่เชื่อมั่นได้ว่าสามารถรับรู้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ทั้งที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย และที่ได้กำหนดแนวทางไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนในหลักบรรษัทภิบาล และประมวลจริยธรรมทางธุรกิจ รวมทั้งรับผิดชอบดูแลให้มั่นใจได้ว่าสิทธิดังกล่าวได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติด้วยความเสมอภาค อย่างเคร่งครัด ประกอบกับสภาวะทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียมีความซับซ้อนมากขึ้น และมีความคาดหวังสูงขึ้นในการที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจและการดำเนินการในเรื่องที่มีผลกระทบ การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้น โดยได้จัดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียรวมทั้งสิ้นเป็น 12 กลุ่ม โดยมีแนวทางการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ พอสรุปได้ดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้น นอกจากสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับบริษัท เช่น สิทธิในการขอตรวจสอบจำนวนหุ้น สิทธิในการได้รับใบหุ้น สิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น และออกเสียงลงคะแนน สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระในที่ประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงสิทธิที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมแล้ว ยังได้ให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการเสนอแนะข้อคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทในฐานะเจ้าของบริษัทผ่านกรรมการอิสระโดยทุก ๆ ข้อคิดเห็นจะได้รับการรวบรวมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา
  2. พนักงาน บริษัทให้ความสำคัญกับพนักงานโดยถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่า และมุ่งมั่นที่จะให้พนักงานทุกคนมีความภาคภูมิใจ และเชื่อมั่นในองค์กร ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน และเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เสริมศักยภาพของพนักงานให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพ โดยบริษัทจัดให้พนักงานทุกระดับให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี มาโดยตลอด ส่วนในด้านความปลอดภัย ได้มีการป้องกัน และระงับอัคคีภัย ในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน โดยจัดให้มีการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งที่อาคารสำนักงานใหญ่และคลังสินค้าเป็นประจำทุกปี นอกจานี้ทางบริษัท ได้จัดทำป้ายรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เรื่องอุบัติเหตุเป็นศูนย์ เพื่อมุ่งเน้นการลดการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ และในปีที่ผ่านมาไม่มีการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน รวมถึงได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมกับการทำงาน อีกทั้งได้มีการส่งเสริมให้พนักงาน ได้รับความรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีการอบรมพนักงาน เพื่อให้เกิดความตระหนักและนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และการจัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ในการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  3. ลูกค้า บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะให้ผู้ใช้สินค้า และบริการได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งด้านคุณภาพ และราคาตลอดจนมุ่งพัฒนา และรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืน โดยบริษัทเลือกจำหน่ายสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. รวมทั้ง บริษัทจัดให้มีศูนย์ให้บริการข้อมูลกลางทางโทรศัพท์ โดยเรียกว่า Call Center หมายเลขติดต่อ 0-2234-7171 ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการใช้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา และรับข้อร้องเรียน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากที่สุดในสินค้า และบริการ รวมทั้งได้มีการจัดตั้ง ศูนย์บริการซิงเกอร์เซอร์วิส สายด่วน หมายเลขโทรศัพท์ 0-818-404-555 เพื่อให้บริการโดยตรงในการแจ้งซ่อมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอีกด้วย
  4. คู่ค้า บริษัทปฏิบัติตามกรอบการแข่งขันทางการค้าที่สุจริต โดยยึดถือการปฏิบัติตามสัญญา จรรยาบรรณและคำมั่นที่ให้ไว้กับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  5. คู่ธุรกิจ บริษัทมีนโยบายในการดูแลคู่ธุรกิจทั้งในเรื่องสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงาน และผลตอบแทนที่จะได้รับนอกจากนี้ ยังส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถ และพัฒนาความรู้ทั้งในงาน และนอกงานของคู่ธุรกิจให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  6. ผู้ร่วมลงทุน บริษัทเคารพซึ่งสิทธิของผู้ร่วมทุน และปฏิบัติต่อผู้ร่วมทุนทุกรายอย่างเป็นธรรม รวมทั้งให้ความร่วมมืออย่างดีกับผู้ร่วมทุน ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานของกิจการร่วมทุนประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกิจการร่วมทุน
  7. เจ้าหนี้ บริษัทได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงินตามข้อตกลง และหน้าที่ที่พึงมีต่อเจ้าหนี้ เช่น เจ้าหนี้ทางธุรกิจ และเจ้าหนี้ทางการเงินซึ่งได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ณ ปัจจุบัน บริษัทได้ปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่มีการค้ำประกันใดๆ ให้กับเจ้าหนี้รายใด รายหนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากมีการค้ำประกันในหุ้นกู้ของ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดย บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99
  8. ด้านสังคมและชุมชน บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย และถือมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยมุ่งสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างประโยชน์สุขของชุมชนและสังคมด้วยการ สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนและกลุ่มแม่บ้าน ทางด้านการสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมทั้งทางด้านการศึกษา อีกทั้งยังส่งเสริมให้พนักงานของบริษัท มีส่วนร่วมในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม โดยผ่าน CSR Club by Singer
  9. หน่วยงานราชการ บริษัทให้ความสำคัญกับหน่วยงานราชการในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติ เพื่อให้พนักงานดำเนินการอย่างถูกต้อง และเหมาะสม รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ และการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ
  10. สื่อมวลชน บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่สื่อมวลชน เพื่อให้สามารถสื่อสารต่อไปยังสาธารณชนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์
  11. คู่แข่ง บริษัทปฏิบัติตามกรอบการแข่งขันทางการค้าที่สุจริต โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรมภายใต้กรอบของกฎหมายและประมวลจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า
  12. ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และได้มีการรณรงค์ให้มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทได้พัฒนาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสินค้าที่บริษัทจำหน่ายจึงเป็นสินค้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ยิ่งไปกว่านั้น ตู้เย็นของซิงเกอร์ได้พัฒนาอีกขั้นโดยใช้น้ำยาทำความเย็นที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายชั้นบรรยากาศของโลก “ NON CFC” คือสาร C – Pentanc ซึ่งมีค่าในการทำลายโอโซนเป็นศูนย์

อีกทั้ง บริษัทได้ปลูกจิตสำนึก และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการฟื้นฟู และปรับปรุงทรัพยากรธรรมชาติ โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้น ซึ่งสามารถดูรายละเอียดในหัวข้อ “ความรับผิดชอบต่อสังคม”

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา

บริษัท ดำเนินธุรกิจและส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า และทรัพย์สินทางปัญญาด้านอื่นที่กฎหมายกำหนด เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดจะต้องผ่านการตรวจสอบ และลงโปรแกรมโดยฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและพัฒนาระบบ เท่านั้น ซึ่งนโยบายอันเกี่ยวกับ พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ได้มีการประกาศเป็นคำเตือน และข้อห้ามไว้บนหน้า Desktop คอมพิวเตอร์ของพนักงานบริษัททุกคน นอกจากนี้บริษัทฯได้กำหนดให้พนักงานทุกคนรับทราบและลงนามในบันทึกข้อตกลงการ ไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ การไม่กระทำผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยพนักงานใหม่จะลงนามพร้อมการลงนามในสัญญาว่าจ้าง

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านเคารพกฏหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

บริษัท สนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน ดูแลมิให้ธุรกิจของบริษัทเข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่สนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน ต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก ให้ความเคารพนับถือและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรมบนพื้นฐานของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกถิ่นฐานกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล

การต่อต้านการทุจริตและทุจริตคอร์รับชั่น

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 203 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 มีมติอนุมัตินโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งบริษัทยังได้มีการกำหนดเป็นนโยบายไว้ในคู่มือผู้บริหารบริษัท ประมวลจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท หนังสือนโยบายไม่ยอมให้มีการทุจริต (Zero Tolerance Policies) อีกทั้งบริษัทได้เข้าร่วมเป็นบริษัทที่ประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชน ไทยในการต่อต้านการทุจริต กับทางสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยบริษัทมีการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การกำหนดนโยบาย จรรยาบรรณ เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต จัดให้มีการสื่อสารนโยบายแนวทาง และการแจ้งเบาะแสกรณีเกี่ยวข้องหรือเห็นการทุจริต โดยจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ภายในบริษัทขึ้นมา และได้ทำหนังสือแจ้งรายละเอียดเงื่อนไข นโยบาย ให้พนักงานทุกคนในองค์กรได้ลงนามรับทราบไปแล้ว

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตและทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัท มีช่องทางการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถจะแจ้งแบะแส ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียนกรณีเกี่ยวกับการทุจริต และมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการมอบหรือรับของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด การเลี้ยงรับรอง หรือค่าใช้จ่ายที่เกินขอบเขตจำกัด ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท และแนวทางปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การให้เงินบริจาคที่ต้องดำเนินไปอย่างโปรงใส เป็นธรรม ภายใต้กฎระเบียบ และขั้นตอนปฏิบัติของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการแจกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ให้แก่ผู้บริหารทุกท่านและถ่ายทอดสู่พนักงานของบริษัททุกท่าน เพื่อทราบและลงนามรับทราบเพื่อถือเป็นระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพนักงานฝ่ายขายและภาคสนาม เพื่อให้พนักงานบริษัททุกคนเข้าใจ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

บริษัท มีการแต่งตั้งผู้บริหารของบริษัทเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง และมีคณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นธรรมกำหนดนโยบายการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ มีการรายงานที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ผู้ร้องทุกข์หรือผู้ร้องเรียนไว้วางใจ และเชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวนที่เป็นธรรม รวมถึงการกำหนดนโยบายการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต และสำหรับผู้ที่แจ้งแบะแสหรือข้อร้องเรียนที่เป็นพนักงาน ลูกค้า หรือบุคคลที่รับจ้างทำงานให้แก่บริษัท จะได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการกำหนดรายละเอียดไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทและนโยบายการรับข้อร้องเรียน (WHISTLE - BLOWER POLICY)

กรณีที่มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ มีข้อสงสัย หรือพบเห็นการกระทำที่สงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประมวลจริยธรรมทางธุรกิจ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน พร้อมส่งรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ได้ที่ คณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นธรรมของบริษัท โดยคณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นธรรม จะดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริง และมีการรายงานสรุปประเด็นสำคัญให้ผู้บริหารของบริษัท พิจารณารับทราบ สำหรับช่องทางในการติดต่อมีรายละเอียดดังนี้

คณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นธรรมของบริษัท
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
ตู้ ปณ. 17 ที่ทำการไปรษณีย์บางรัก เขตบางรัก กทม 10500
e-mail : amnesty@singerthai.co.th
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ ที่มีนัยสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

บริษัทกำหนดให้การเผยแพร่ข้อมูล และการสื่อสารขององค์กร เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของบริษัท โดยได้จัดให้มีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะเป็นตัวแทนบริษัท และเป็นสื่อกลางระหว่างฝ่ายจัดการในการสื่อสาร และเปิดเผยข้อมูล และยังให้ความสำคัญเรื่องการเปิดเผยสารสนเทศ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียจึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการควบคุม และกำหนดมาตรการในการเปิดเผยสารสนเทศทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงิน และที่ไม่ใช่ทางการเงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีสาระสำคัญครบถ้วนเพียงพอ เชื่อถือได้ และทันเวลา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ SET Community Portal ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท โดยยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ ที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นของรัฐ อย่างเคร่งครัด และติดตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากฎหมายกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่บริษัทถือปฏิบัตินั้นมีความถูกต้อง และเป็นหลักประกันให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสถูกต้องตรงไปตรงมา เช่น

  1. เปิดเผยข้อมูลการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลการเงินอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา
  2. จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน และแสดงไว้คู่กับรายงานผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี
  3. กำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตน และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อยโดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการรายงาน ดังนี้
    • รายงานเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารครั้งแรก
    • รายงานทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย
    • รายงานเป็นประจำทุกสิ้นปี
    • ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง และได้กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการใหม่โดยต่อเนื่อง กรรมการท่านนั้นไม่ต้องยื่นแบบรายงานใหม่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย
    • ให้กรรมการและผู้บริหารส่งแบบรายงานการมีส่วนได้เสียแก่เลขานุการบริษัท และเลขานุการบริษัทจะต้องส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียนี้ให้ประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงาน พร้อมทั้งในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส ได้มีการบรรจุวาระเรื่องรายงานการมีส่วนได้เสียในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส
  4. เปิดเผยวิธีการสรรหากรรมการ
  5. เปิดเผยข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ในคณะอนุกรรมการ และจำนวนครั้งการเข้าประชุมเป็นรายบุคคล
  6. เปิดเผยโครงสร้างการดำเนินงาน และการลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วมอย่างชัดเจน
  7. เปิดเผยข้อมูลค่าตอบแทนที่กรรมการแต่ละคนได้รับจากการเป็นกรรมการในคณะอนุกรรมการเป็นรายบุคคล
  8. เปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งรูปแบบ ลักษณะ และจำนวนค่าตอบแทนที่กรรมการได้ รับจากการเป็นกรรมการในคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ
  9. เปิดเผยนโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม และผลการปฏิบัติตามนโยบาย
  10. รายงานนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย
  11. เปิดเผยโครงการลงทุนที่สำคัญต่างๆ และผลกระทบที่มีต่อโครงการลงทุน โดยเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ SET Community Portal ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ทั่วถึง และโปร่งใส

และสืบเนื่องจากการที่บริษัทได้ให้ความสำคัญในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล และความโปร่งใสเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นผลให้ในปี 2554 และ 2555 บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Set Awards 2011 และ 2012 “ บริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2 ปีติดต่อกัน และสำหรับปี 2559 บริษัทได้รับรางวัลดีเด่น ด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (Outstanding Investor Relation Awards) ในงาน Set Awards 2016 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรของบริษัท ได้ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย ผู้ถือหุ้น รวมทั้งนักวิเคราะห์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยหากผู้ถือหุ้นต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อโดยตรงที่ ฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร e-mail : chank@singerthai.co.th หมายเลขโทรศัพท์ 0-2352-4777 ต่อ 4727 ซึ่งในปี 2560 ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินได้พบปะกับนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน และนักวิเคราะห์ อย่างสม่ำเสมอ โดยได้นำเสนอผลการดำเนินงานงบการเงิน ฐานะการเงิน คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ(Management Discussion & Analysis) และได้เข้าร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) เพื่อนำเสนอข้อมูลผลประกอบการของบริษัท ตลอดจนแนวโน้มในอนาคตสรุปได้ดังนี้

  • จัดกิจกรรม เพื่อให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้พบปะนักลงทุนรายย่อย เพื่อชี้แจง สื่อสาร และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง บนแนวทางการดำเนินธุรกิจ และข้อมูลทั่วไปของบริษัท
  • Company Visit ต่างๆ ตลอดจนการตอบข้อซักถามจาก นักวิเคราะห์ นักลงทุน โดยตรงผ่านทางอีเมล์และโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัท โดยร่วมกับผู้บริหารระดับสูงวางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้น ระยะยาว ตลอดจนกำหนดนโยบายการเงิน การบริหารความเสี่ยง และภาพรวมขององค์กร มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ

คณะกรรมการได้จัดให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน รวมทั้งมีการติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอในการประชุมคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการที่มีประสบการณ์ในหลากหลายสาขาต่างๆ ของธุรกิจจำนวน 8 ท่าน โดยเป็นกรรมการตัวแทนที่มาจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน 2 ท่าน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 ท่าน และกรรมการที่เป็นอิสระ จำนวน 3 ท่าน บริษัทมีการถ่วงดุลของคณะกรรมการอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับความเป็นอิสระในการบริหาร ประธานกรรมการบริษัทไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานคณะกรรมการบริหาร เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแล และการบริหารงานประจำประธานกรรมการบริษัท ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายจัดการ

เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัท ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัทได้กำหนดให้การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่น ของกรรมการแต่ละท่านมีจำนวนไม่เกิน 5 บริษัท

คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นของผู้บริหาร โดยกำหนดให้ก่อนที่ผู้บริหารท่านใด จะไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นใด จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการบริษัททราบเพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกรรมการในบริษัท ที่ดำเนินธุรกิจสภาพอย่างเดียวกับบริษัทหรือเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท โดยปัจจุบันกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่น และบริษัทอื่น ยกเว้นแต่บริษัทย่อยที่ทาง บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ถือหุ้นร้อยละ 99.99 เท่านั้น

บริษัทได้จัดให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ (Charter) เพื่อกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบต่างๆ และได้เปิดเผย (Charter) ดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทด้วย นอกจากนั้นคณะกรรมการ ได้มีการจัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ โดยใช้แบบประเมินมาตรฐานที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น และได้มีการสรุปผลการประเมินในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้กรรมการทุกท่านรับทราบ เพื่อจะได้นำผลการประเมินใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงต่อไป

คณะกรรมการบริษัทมีกำหนดการประชุมโดยปกติเป็นประจำทุกไตรมาส และมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น บริษัทมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน โดยเลขานุการบริษัทที่ดูแลรับผิดชอบจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุมให้คณะกรรมการล่วงหน้า กรรมการทุกท่านสามารถแสดงความเห็นได้อย่างเป็นอิสระและไม่ขึ้นกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ในปี 2560 ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทมีการประชุมทั้งสิ้น จำนวน 5 ครั้ง โดยเป็นการประชุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าทั้งปี 4 ครั้ง และครั้งพิเศษ 1 ครั้ง ในการประชุมแต่ละครั้งได้มีการจัดส่งเอกสารประกอบวาระการประชุม ในแต่ละวาระส่งให้กับกรรมการบริษัทแต่ละท่านล่วงหน้าอย่างน้อย 3 - 5 วันทำการ เพื่อให้กรรมการบริษัทมีเวลาศึกษาข้อมูลในเรื่องต่างๆ อย่างเพียงพอ และบริษัทมีการประชุมผู้ถือหุ้นในปี 2560 จำนวน 1 ครั้ง (โดยการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัทในปี 2560 ของกรรมการแต่ละท่าน ได้นำเสนออยู่ในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ”)

ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ประธานกรรมการ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้กรรมการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ การลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ถือมติของเสียงข้างมาก โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงและกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุม และ/หรือไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น หากคะแนนเสียงเท่ากันประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุมคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญ ในเรื่องรายการระหว่างกัน และเรื่องการจัดการเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบเป็นธรรม และโปร่งใส รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องดังกล่าวอย่างครบถ้วน ในกรณีที่กรรมการบริษัทคนหนึ่งคนใดมีส่วนได้เสียกับผลประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องที่มีการพิจารณา กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะต้องไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนั้นเมื่อสิ้นสุดการประชุม เลขานุการบริษัทร่วมกับบริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย ซีเอ็มที จำกัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายอิสระของบริษัทเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง และเป็นผู้มีหน้าที่จดบันทึกรายงานการประชุมและความคิดเห็นของกรรมการอย่างชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจัดทำรายงานการประชุมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป และให้ประธานกรรมการบริษัทลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทสามารถแสดงความคิดเห็น ขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้ รายงานการประชุม ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับของบริษัท ณ สำนักงานเลขานุการบริษัท และจัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเอกสารประกอบวาระการประชุมต่างๆ เพื่อสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง

การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมมีการส่งเสริมให้มีการฝึกอบรม และให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เลขานุการบริษัท หน่วยงานตรวจสอบภายใน และผู้ประสานงานตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเลขานุการบริษัทร่วมกับส่วนฝึกอบรมของบริษัท เป็นผู้จัดทำทะเบียนประวัติการเข้าร่วมอบรมของคณะกรรมการ และผู้บริหาร พร้อมทั้งนำเสนอหลักสูตรที่เหมาะสมต่อกรรมการแต่ละท่าน เพื่อพิจารณาเข้าร่วมอบรมและสัมมนา

การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้ในกรณีที่บริษัทมีกรรมการเข้าใหม่ บริษัทมีนโยบายให้มีการจัดการปฐมนิเทศ รวมทั้งจัดเตรียมเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อแนะนำลักษณะธุรกิจและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมทั้งจัดให้กรรมการใหม่มีการประชุมพบปะกับทางคณะกรรมการบริหาร และทีมผู้บริหารระดับสูง เพื่อรับทราบข้อมูล แนวทางปฏิบัติ ในส่วนของกรรมการบริษัทและข้อมูลของบริษัท รวมทั้งจัดให้มีการเข้าเยี่ยมชมคลังสินค้าและสาขาของบริษัท ก่อนที่กรรมการใหม่จะเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริษัท บริษัทยังสนับสนุนให้กรรมการใหม่เข้ารับการอบรมหลักสูตรจาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ